แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560

ภาษาไทยใน R

    ต้องยอมรับว่าการใช้ภาษาไทยบน RGui ซึ่งเป็น GUI เบื้องต้นที่มากับ R นั้นมีความยากลำบากมากถึงเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว ทางออกที่ดูจะดีที่สุดน่าจะเป็นการไปใช้ RStudio แทน ซึ่งก็สามารถดาวโหลดได้ฟรีเช่นกัน
   เราจะลองสร้างไฟล์ข้อมูลที่มีภาษาไทยใน Excel ดังตัวอย่าง


    ก่อนอื่นให้กำหนดค่าต่อไปนี้ (ผมได้จาก https://th-th.facebook.com/BusinessAnalyticsNIDA/videos/1541641359470302/)

> Sys.setlocale("LC_CTYPE", "thai")
[1] "Thai_Thailand.874"
> options(encoding="UTF-8")

    เราจะใช้การ Import ข้อมูลด้วย File > Import Dataset > From Excel  ซึ่งช่วยให้การนำข้อมูลเข้าจาก Excel โดยตรงเป็นไปด้วยความสะดวกอย่างยิ่ง


   ถ้าลองพล็อตกราฟดู

> attach(thai)
> pie(ปริมาณ,label=ประเทศ)
 
 
 
  ก็ได้กราฟที่พอดูได้นะครับ แต่เรายังพอจะปรับให้ดูดีกว่านี้ได้ เช่น ปรับ font ให้เป็นแบบที่เราต้องการใช้ เช่น THSarabunPSK และขนาดตัวหนังสือด้วยพารามีเตอร์ cex ของการแสดงกราฟฟิค

> windowsFonts(Sarabun=windowsFont("TT TH SarabunPSK"))
> pie(ปริมาณ,label=ประเทศ,cex=2.0,family="Sarabun")


 

 
 
 


วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ISI, Scopus, TCI, Beall's List, ... (ตอนที่ 4)



        ประเทศไทยเองก็มีวารสารวิชาการที่จัดทำโดยหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะวารสารระดับมหาวิทยาลัย (และระดับคณะ) นั้นค่อนข้างเยอะกว่าปรกติ ในขณะที่วารสารระดับสมาคมวิชาชีพกลับมีค่อนข้างน้อย การจัดทำวารสารระดับมหาวิทยาลัยโดยส่วนใหญ่ก็ได้รับงบประมาณจากต้นสังกัดดังนั้นวารสารเหล่านี้จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการหารายได้ วารสารที่จัดพิมพ์ส่วนใหญ่ก็ส่งไปตามห้องสมุดของหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาของเว็บไซต์วารสารในประเทศไทยส่วนหนึ่งก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเปิดออนไลน์แบบ Open Access กันเป็นส่วนใหญ่ซึ่งก็ช่วยให้การเข้าถึงบทความมีมากขึ้น และลดต้นทุนการพิมพ์วารสารได้ในระดับหนึ่ง ที่จริงแล้วเนื้อหาทางวิชาการของบทความในวารสารไทยนั้นบางส่วนก็มีคุณภาพสูงเพียงแต่ว่าเนื่องจากเป็นเรื่องที่มีลักษณะ local มากกว่า global จึงอาจนำไปตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติได้ยาก

           ในปี 2544 ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ ของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ริเริ่มการจัดตั้งศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หรือ Thai-Journal Citation Index (TCI) Centre โดยได้รับการสนับสนุนจาก สกว. (และอีกหลายหน่วยงานในปัจจุบัน) เพื่อดำเนินการจัดทำตัวบ่งชี้ของวารสารในลักษณะเดียวกับค่า Impact factor ของ ISI เพียงแต่ใช้ข้อมูลของวารสารไทยที่อยู่ในฐานข้อมูลของ TCI เท่านั้น เนื่องจากในอดีตนั้นการเข้าถึงวารสารไทยมีค่อนข้างน้อย การอ้างอิงบทความของไทยก็น้อยมาก โดยพบว่าในอดีตนั้นวารสารไทยโดยเฉลี่ยมีค่า Thai IF นั้นอยู่ในระดับ 0.0XX เท่านั้นเอง

          ศูนย์ TCI ก็ได้เริ่มรณรงค์ให้หน่วยงานต่างๆ นำวารสารวิชาการที่จัดทำมาเข้าสู่ฐานข้อมูลของ TCI ทำให้นักวิจัยไทยมีแหล่งค้นหาบทความวิจัยภาษาไทยได้สะดวกมากขึ้นอีกหน่อย (ฐาน TCI ค้นได้แค่ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ชื่อวารสารเท่านั้น) และเมื่อประมาณปี 2554 TCI ก็ได้เริ่มประเมินคุณภาพของวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลเพื่อจัดกลุ่มวารสารออกเป็น 1, 2 และ 3 (กลุ่ม 1 ดีที่สุด) และได้ดำเนินการประเมินมาจนในปี 2558 นี้มีการประเมินรอบที่ 3 แล้ว โดยสำหรับวารสารของมหาวิทยาลัยศิลปากรทั้ง 3 วารสารคือ Silpakorn University Science and Technology Journal (สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), Silpakorn University Journal ofSocial Sciences, Humanities and Arts (สายสังคมศาสตร์) และวารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร (สายสังคมศาสตร์) นั้นก็ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม 1 ในขณะที่วารสาร Veridian E-Journal Science and Technology, Silpakorn University (สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)  และ Veridian E-Journal, Silpakorn University (สายสังคมศาสตร์) ของบัณฑิตวิทยาลัยนั้นอยู่ในกลุ่ม 2 ซึ่งแน่นอนว่าการจัดกลุ่มก็ทำให้หน่วยงานอย่าง สกว. และ สกอ. ให้น้ำหนักกับวารสารกลุ่ม 1 มากกว่ากลุ่มอื่นๆ 




ภาพที่ 1 ผลการประเมินวารสารไทยของ TCI ในปี 2558 (http://www.kmutt.ac.th/jif)